ขนาดตัวอักษร
=
+
++
» » Microsoft ลุ้นระทึกส่ง Windows 7 สู้ศึก OS

Microsoft ลุ้นระทึกส่ง Windows 7 สู้ศึก OS

โพสต์เมื่อ วันที่ 27 ตุลาคม 2552 เวลา 06:55 น.

โฉมใหม่ที่ไฉไลกว่า วินโดวส์ เซเว่น! ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดจากไมโครซอฟท์

Microsoft Windows 7

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า "คอมพิวเตอร์" กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของมนุษย์ส่วนใหญ่ไปแล้ว

นับตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ หรือ โอเอส "วินโดวส์ XP" ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการโอเอสโลก และเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน ไมโครซอฟท์พยายามอย่างหนักที่จะพัฒนา "วินโดวส์ วิสต้า" ขึ้นมาแทนที่ แต่กระแสตอบรับไม่ดีนัก เนื่องจากวิสต้าบริโภคทรัพยากรระบบสูง และที่สำคัญปัญหาด้าน "ไดรเวอร์" ที่ผู้ผลิตฮาร์ดเเวร์ทยอยพัฒนากันออกมาไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาในการใช้งาน

ภาพพจน์ของวิสต้าจึงถูกทำลายลงตั้งแต่เริ่มวางขาย แม้แต่ส่วนแบ่งตลาดของผู้บริโภค วิสต้าก็ไม่สามารถกินส่วนแบ่งตลาดจาก XP ได้มากเท่าที่ควร และในด้านชื่อเสียงยังแพ้ "OSX" โอเอสของค่าย "แมคอินทอช" อย่างราบคาบ

เพื่อกอบกู้สถานการณ์ ล่าสุด 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ก็ได้ฤกษ์ปล่อย "วินโดวส์ 7" (Windows 7) โอเอสตัวใหม่ลงสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ และถ้าจะเรียกว่าเป็นโอเอสที่สืบทอดสายเลือดมาจาก XP คงไม่ผิดนัก เพราะทีมพัฒนาได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดจากวิสต้า และวางระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับ OSX

เมื่อแรกมองจะพบว่า รูปร่างหน้าตาวินโดวส์ 7 คล้ายคลึงวิสต้า แต่เมื่อพิเคราะห์รายละเอียดจะเห็นถึงความสดใส-สวยงามกว่า ขณะที่การทำงานและประมวลผลรวดเร็วขึ้น ลดความซับซ้อน เพราะหัวใจหลักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพในการใช้งานเป็นหลัก

นั่นหมายถึง ออกแบบมาให้ง่ายต่อการเข้าถึงและปรับแต่ง ประหยัดเวลาและทำงานเสถียรขึ้น

ลูกเล่นใหม่ๆ ที่โดดเด่นของวินโดวส์ 7 เริ่มตั้งแต่ในส่วนของ "การติดตั้ง" ที่ลดขั้นตอนให้เหลือน้อยลง การติดตั้ง "ไดรเวอร์" ดาวน์โหลดได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้อาจต้องแปลกใจเมื่อใส่แผ่นไดรเวอร์เข้าไปแล้วพบว่า วินโดวส์จะทำตัว "แสนรู้" ติดตั้งไดรเวอร์ชุดใหม่ให้พร้อมสรรพลงสู่เครื่องคอมพิวเตอร์

ส่วน "ทาสบาร์" พัฒนาขึ้นใหม่ภายใต้รูปแบบของ "ธีม" ที่ให้ความรู้สึกนำสมัยและหรูหราอลังการ ผู้ใช้นำโปรแกรมที่เปิดใช้บ่อยๆ มาไว้ที่ทาสบาร์ได้เพียงแค่ลากมาวางเท่านั้น นอกจากนี้ วินโดวส์ยังบันทึกลักษณะการใช้งานโปรแกรมนั้นๆ ที่นำมาไว้ที่ทาสบาร์ด้วย ในครั้งต่อไปที่คุณจะใช้โปรแกรมดังกล่าว เพียงนำเคอร์เซอร์ไปจ่อไว้ที่ไอคอน ก็จะมีหน้าต่างใหม่ลอยขึ้นมาแสดงเมนูย่อยของโปรแกรมที่คุณใช้บ่อย หรือล่าสุด เช่น โปรแกรมเล่นเพลง ก็อาจแสดงเพลงล่าสุดที่คุณฟัง หรือเพลงที่ฟังบ่อยๆ เป็นต้น

ในขณะที่ลูกเล่นใหม่อย่าง "แอโรพีก" ช่วยให้หาโปรแกรมที่จัดไว้ในกลุ่มเดียวกันง่ายขึ้น เช่น โปรแกรมท่องเน็ต "ไออี" ที่เปิดไว้หลายหน้าจนเวียนหัว เพียงแค่นำเคอร์เซอร์ไปชี้ที่ "ไอคอน" ตรงทาสบาร์ ระบบจะแสดงหน้าต่างขนาดเล็กเป็นรูปเว็บเพจต่างๆ ที่ได้เปิดไว้ให้เลือกได้ทันที และยังแสดงในลักษณะเรียลไทม์อีกด้วย

วินโดวส์ 7 มาพร้อมกับโปรแกรมเล่นไฟล์มัลติมีเดีย "มีเดีย เพลเยอร์ 12" และ "มีเดีย เซ็นเตอร์" ช่วยให้การจัดการไฟล์เพื่อความบันเทิง ทำงานเป็นระบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวี ฟังวิทยุ ฯลฯ

อีกหนึ่งลูกเล่นใหม่ซิงๆ คือ การควบคุมแบบสัมผัสจอ หรือ "ทัชสกรีน" นั่นเอง ผู้ใช้เพียงแค่นำนิ้วมือไปแตะและลากไฟล์ เพื่อโต้ตอบกับระบบปฏิบัติการ แต่ลูกเล่นทัชสกรีนนี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อใช้ "จอภาพ" เฉพาะรุ่นที่กำหนด

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงลูกเล่นเด่นๆ บางส่วนเท่านั้น ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ได้เปิดให้คนทั่วโลกดาวน์โหลด "วินโดวส์ 7 เบต้า" ไปลองใช้ก่อนได้ และมีการรับฟังเสียงถึงความต้องการจากผู้ทดลองใช้ นับเป็นครั้งแรกที่ไมโครซอฟท์ยอมเปิดใจรับฟังข้อวิพากษ์วิจารณ์โอเอสของตน อย่างยาวนานเต็มที่ ตรงข้ามกับวิสต้า ที่ในส่วนของการรับฟังผู้บริโภคนั้นมีน้อยมาก ถือเป็นสัญญาณที่ดีของไมโครซอฟท์ในการพัฒนาโอเอสให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

สำหรับเวอร์ชั่นต่างๆ ของวินโดวส์ 7 ที่ส่งวางตลาด จะมีตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานทั่วไป หรือ "โฮมเบสิก" ไล่ไปจนถึงกลุ่มลูกค้ามืออาชีพ บริษัท และองค์กรขนาดใหญ่

ราคาในเมืองไทยคาดว่าน่าจะเคาะกันที่ 2,000-8,000 บาท ซึ่งคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า โอเอสความหวังใหม่จากไมโครซอฟท์จะท่าดีทีเหลวอีกหรือไม่!